จากที่ได้เท้าความมาในบทก่อนนั้นเพื่อให้เห็นที่มาของความพยายามของนักเขียนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่พยายามใส่ความเป็นไทยลงในผลงานเพราะ ความคิดเห็นของคนที่อยู่นอกกลุ่มนักเขียนและนักอ่านหรืออาจจะเรียกได้ว่าสังคมส่วนรวมอยากเห็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เป็นไทย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อ่านมังงะก็ตาม แต่ในมุมมองของนักอ่านมังงะกลับไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะให้ดูเป็นไทยหรือไม่ แล้วเหตุใดคนที่ไม่อ่านมังงะจึงเสนอประเด็นนี้ต่อนักเขียนรุ่นใหม่ พูดตรงๆก็คือ"ถ้าคุณท่านไม่อ่านแล้วมาเสนอความคิดทำไมมิทราบ" ตรงนี้ก็ชวนคิดว่าถึงคนพวกนี้ไม่อ่านแต่เขาคงจะเคยเห็นคนอื่นอ่าน ผู้เขียนเข้าใจว่าลึกๆคนกลุ่มนี้ก็อยากอ่านมังงะเหมือนกันแต่พวกเขาไม่เข้าใจความเป็นญี่ปุ่น เช่น ธรรมเนียม ประเพณี ต่างๆซึ่งผู้ที่อ่านมังงะมาตั้งแต่เด็กจะค่อยๆซึมซับสิ่งเหล่านี้และเข้าใจได้ดี ซึ่งต่างจากคนที่ไม่ได้อ่านมาหรืออ่านมาน้อย ยกตัวอย่าง มิโกะ คนที่อ่านมังงะมานานจะเข้าใจได้ว่ามิโกะคืออะไรแต่คนที่ไม่ทราบก็จะนำคำนี้ไปเทียบกับสิ่งที่ตนรู้จักและมีการป้องกันตัวว่าตนไม่รู้ด้วยการทำให้คำว่ามิโกะเป็นเรื่องขบขันโดยอาจไปเทียบกับคำว่า มิดะ ในภาษาไทยซึ่งเป็นคนละเรื่องเลย แต่ถ้าเขารู้ว่าเป็น คนทรงหรือม้าทรงก็จะเข้าใจตรงกัน คนกลุ่มที่ไม่อ่านมังงะจึงอยากจะเห็นมังงะที่ใช้สัญลักษณ์แบบไทยหรือพื้นบ้านเพื่อให้ตนสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้เหมือนๆกับการ์ตูนผีเล่มละ10-25บาทที่ในสายตานักวาดรุ่นใหม่ดูแคลนว่าขาดความปราณีตและมีเนื้อเรื่องฉาบฉวย แต่ในความเป็นจริงการ์ตูนผีเหล่านี้มียอดขายที่สูงกว่ามังงะที่คนไทยเขียนในสำนักพิมพ์เดียวกันซะอีก ในราคาเล่มละ25ซึ่งใกล้เคียงกับมังงะไทย คนที่อ่านก็อาจคิดได้ว่าเรื่องผีๆสนุกก็จริงแต่ทำไมไม่วาดออกมาสวยๆเหมือนมังงะบ้างนะ

ด้วยเหตุนี้จึงอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการตลาดได้ถ้ามังงะที่คนไทยเขียนนำเสนอความเป็นชีวิตแบบบ้านๆมากขึ้น ตามที่คุณหมอประเสริฐกล่าวไว้ ว่าความเป็นมังงะไม่ได้อยู่ที่ลายเส้นดังนั้น นักเขียนรุ่นใหม่ก็สามรถเขียนหน้าตาสไตล์ญี่ปุ่นที่ตนได้รับอิทธิพลก็ได้ แต่เนื้อเรื่องต้องเขียนขึ้นบนทัศนะคติของสังคมไทยที่มีพื้นฐานมาจากพุธทศาสนาแบบเถรวาท,พราหณม์และความเชื่อท้องถิ่น

ผู้เขียนขอนำเสนอตัวอย่างการแต่งพล็อตโดยอิงจากคติแบบไทยเราดังนี้

แนวรักโรมันติก - คนไทยเรามีความเชื่อเรื่องเนื้อคู่ หนุ่มสาววัยรุ่นมักจะพยายามเชื่อว่าแฟนหรือคนที่กำลังจีบหรือมาจีบนั้นอาจเป็นเนื้อคู่ของตนถ้าหากต่างฝ่ายต่างต้องตากันและกัน จะได้เป็นคู่จริงหรือไม่อยู่ที่พรหมลิขิตและการที่ได้เป็นคู่กันในชาตินี้ก็เพราะได้ทำบุญร่วมกันมาก่อน ดังน้นก็จะมีเรื่องเวรกรรม ชาติภพมาเกี่ยวข้อง นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องจริตของตัวละครการวางตัวของผู้หญิงไทยเราไม่เหมือนชาติอื่นแค่นี้ก็เป็นเอกลักษณ์แบบไทยเราแล้ว จริงๆถ้าอ่านนิยายในนิตยสารผู้หญิงตามแผงก็จะตรงเลย บางเรื่องก็มีการอิงความเชื่อทางพราหมณ์ เช่น เรื่องดอกปาริชาติที่ดมกลิ่นแล้วจะระลึกชาติได้

แนวต่อสู้ - ส่วนใหญ่เรามักใส่ความเป็นแฟนตาซีลงไปด้วยเหมือนกับมังงะที่เราอ่านกันก็จะมีความเป็นแฟนตาซีอยู่เช่นเรื่อง บลีซ ที่เป็นโลกยมฑูต แต่ในคติไทยเราเรื่องภูติผีปิศาจ มักเป็นเรื่องไสยศาตร์ที่คนรู้อาคมเท่านั้นจะเข้ามาข้องเกี่ยว และที่สำคัญปิศาจในนิยามแบบไทยเราก็ต่างไปจากญี่ปุ่นเพราะถ้าพูดถงึปิศาจในทางพุทธเราจะนึกถึง มาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มากกว่าจะมีตัวตน หมายถึงความคิดไฝ่ต่ำ กิเลส ความชั่วร้าย ในทางพราหมณ์จะหมายถึงพวกยักษ์หรืออสูร,อสุรา แปลตรงตัวคือพวกไม่ดื่มเหล้าไง ซึ่งพวกพราหมณ์ยัดเยียดความเป็นอสุรให้กับคนนอกศาสนาตนและยัดเยียดให้พวกดราวิเดียนผิวดำ อสูร จริงๆก็คือศัตรูทางการเมืองของพวกพราหมณ์นั่นเอง ในนรกพวกปิศาจนรกจริงๆในทางพุทธก็คือบรรดานายเวรที่มีหน้าที่ทรมานนักโทษ ซึ่งพวกนี้ไม่มีทางออกมาเพ่นพ่านบนโลกแน่เพราะเขามีหน้าที่ต้องทำตามกรรมที่เขาทำมาปิศาจที่มาอาละวาดบนโลกจะเป็นพวกผีร้ายที่ไม่ไปผุดไปเกิดมากกว่าและคนที่ใช้พวกนี้ทำเรื่องไม่ดี โดยส่วนใหญ่คนที่จะจัดการกับพวกเดรฉานวิชามักจะเป็นพระสงฆ์ที่มีตบะแรงกล้าเพราะสิ่งชั่วร้ายใดก็แพ้อำนาจพุทธคุณทั้งสิ้น

ที่เขียนมาเป็นตัวอย่างคร่าวๆซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นทางออกอีกทางสำหรับการขยายกลุ่มคนอ่านมังงะคนไทยให้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จำกัดอยู่เฉพาะคนที่อ่านมังงะญี่ปุ่น ทั้งนี้ก็สุดแท้แต่วิจารณญาณของแต่ละท่านผู้เขียนเพียงแต่หยิบยกมาเพื่อเป็นแง่คิดเท่านั้น ในเร็วๆนี้ผู้เขียนอาจจะลงมือเขียนซักเรื่องเพื่อเป็นการทดลอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนนี้ตลาดการ์ตูนไทยก็ประสบปัญหาเหมือนญี่ปุ่นสมัยแรกๆแหละครับ
ผมว่าลองทำตามวิธีที่ทางโน้นทำ ค่อยๆให้มันซึมซาบสอดแทรกความเป็นไทยเข้าไป น่าจะทำให้กลุ่มผู้อ่านยอมรับการ์ตูนไทยได้ง่ายกว่าการเขียนไทยจ๋าไปเลยนะ...

ต่างคนต่างความคิดน๊อ ลองเสนอเฉยๆ
ชอบอ่านครับ แอดไว้แล้ว

#1 By cvane on 2007-06-25 20:01

ที่มาของปัญหาอะนะมันมาจากเวลาใครเห็นผมวาดการ์ตูนก็มักบอกว่า ทำไมวาดการ์ตูนญี่ปุ่น ผมก็เลยพยายามหาวิธีการ
เพื่อให้คนทั่วๆไปได้เข้าใจว่าความเป็นไทยไม่ได้อยู่ที่ลายเส้น มันอยู่ที่มุมมอง
การเล่าเรื่องด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
http://www.thaicomic.com/forum/viewtopic.php?t=4322

#2 By jimi oui on 2007-06-26 16:21

ชอบคำของอาจารย์ปยุตที่ว่าการ์ตูนไม่มีสัญชาติ=w=+++ ถ้าวาดให้มันเป็นการ์ตูน มันก็คือการ์ตูน=w=+++++++
สุดยอดเลยครับ

ผมชอบการ์ตูนนะครับ แต่วาดไม่ค่อยจะได้เรื่องเท่าไหร่
อีกอย่างที่ผมต้องการก็คือใส่ความเป็นไทยเข้าไป มานั่งอ่านบทความนี้แล้วได้แรงบันดาลใจเหมือนกันนะครับ

มานั่งคิดดูอีกที ก็คิดว่า ความเป็นไทยนี่มันก็มีอะไรเยอะกว่าที่คิดนะครับ แต่เห็นคนรุ่นใหม่ ๆ(จริง ๆผมก็ใช่นะ) หลายคนก็เน้นไปทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากเหมือนกัน ถ้าเอาวัฒนธรรมไทยไปผสมด้วยก็คงจะดีสินะ

#4 By เตวิรัน (124.121.174.54) on 2007-12-18 19:02

เราเคยไปนั่งวาดรูปเล่นระหว่างรอน้องเรียนดนตรี (แน่นอนล่ะไอ้รูปที่เราวาดมันก็สไตล์มังงะ) ตอนนั้นอาจารย์ฝรั่งคนนึงเพิ่งสอนเสร็จก็มานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างๆ ระหว่างรอนักเรียนคนใหม่มา แล้วเขาก็ชวนเราคุยสัพเพเหระมาเรื่อยๆ แล้วพอเห็นเราวาดรูปก็วกเข้าถามเรื่องตัวการ์ตูนที่เราวาด แล้วก็พูดจู้จี้ว่าวาดฝรั่งจมูกเล็กไป ตาตี่แบบนี้ไม่ใช่ยุโรปหรอก มันเอเชียชัดๆ (แล้วคุณไม่เคยเห็นลูกครึ่งหรือไงคะ จีนตาโต ฝรั่งผิวเหลืองมันก็มีถมไป)
แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ปัญหานักหรอก ที่น่าโมโหที่สุดก็คือ เขาพูดว่า "เป็นคนไทยก็ต้องวาดการ์ตูนไทยสิ" (แบบว่ามาวาดแบบญี่ปุ่นทำไม?)
คืออยากจะบอกว่า ทำไมคุณต้องมาจำกัดความคิดฉัน? คิดว่าพอฉันวาดลายเส้นญี่ปุ่นแล้วจะไม่รักความเป็นไทยหรือไง ที่ฉันวาดนี่ไม่ใช่เพราะอยากเลียนแบบแต่นี่คือลายเส้นของฉัน สื่อถึงความเป็นตัวฉัน และมันคือความคิดของฉัน ฉันฝึกฝนด้วยตัวเอง แล้วก็ไม่ได้บอกซักหน่อยว่าพอวาดลายเส้นนี้แล้วฉันจะไม่เขียนการ์ตูนไทย แล้วทำไมฉันถึงต้องเป็นไก่ที่ยังอยู่ในไข่ต่อไปโดยไม่คิดจะกะเทาะเปลือกออกมา
ยอมรับว่าตอนนั้นโมโหมากๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เอาเป็นว่า หลังจากนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตาครูจู้จี้นี่อีกแล้ว

#5 By Chibidora ^ ^ (58.9.142.35) on 2008-08-24 11:34

#6 By (125.26.230.13) on 2009-06-20 11:26

free counters