หากจะกล่าวถึงการเขียนการ์ตูนอย่างไรให้สนุกแล้วในความเห็นของผมก็จะมีปัจจัยหลักๆอยู่ดังนี้

1 เนื้อเรื่อง

2 สตอรี่บอร์ด

ทั้งนี้จะไม่กล่าวถึงเทคนิคทางภาพเลยเพราะจะยกเป็นอีกหัวข้อใหญ่ที่จะหาโอกาสมาแนะนำกันอีกที

เอาล่ะทีนี้เรามาลองดูกันว่าทำยังไงถึงจะควบคุมปัจจัยข้างต้นนั้นได้

เริ่มจากเมื่อเราอยากเขียนการ์ตูนสักเรื่อง ที่มาของแรงบันดาลใจของเราคืออะไรสิ่งนี้จะส่งผลอย่างมากต่อผลงานของเรา แรงบันดาลใจนั้นอาจจะมาจากความประทับใจในผลงานของอาจารย์นักเขียนท่านใดท่านหนึ่งสำหรับผู้ที่เริ่มวาดการ์ตูนใหม่ๆ หรือจะเป็นเรื่องราวของสื่ออื่นๆเช่น ภาพยนตร์ ทีวีซีรี่ หนังสือ เรื่องสั้น นิยาย ข่าว ซึ่งก็เป็นไปได้ทั้งนั้น สำหรับระยะแรกของการอยากเขียนการ์ตูนก็น่าจะมาจากความประทับใจในผลงานนักเขียนซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นช่วงนี้เราจึงยังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลและลายเส้นของอาจารย์คนนั้น พอจะเขียนจะวาดอะไรก็จะออกมาเป็นแบบลายเส้นของอาจารย์ท่านนั้นไปโม้ดซึ่งอันนี้ไม่ผิด ส่วนบางคนที่คิดว่าตัวเองไม่ได้ลอกใครเขาก็ลอกธรรมชาติรอบตัวเขานั่นแหละโดยเฉพาะพวกที่เรียนศิลปะมา ส่วนเนื้อเรื่องก็เหมือนกันแทบอยากจะลอกของท่านมาเลยเทียว เราจึงเห็นงานโดจินออกมาเยอะแยะเพราะในใจคนวาดก็คิดว่าตนไม่น่าจะคิดอะไรได้เจ๋งกว่าอาจารย์คนนี้อีกแล้ว ตรงนี้ก็ไม่ผิดครับเพราะจะฝืนแต่งเองยังไงในระยะนี้มันก็ตื้อๆครับถึงทำออกมาได้ก็ยังมีอิทธิพลของเรื่องที่เราชอบติดมาด้วยจนขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัวไป อาการแบบนี้จะเป็นช่วงวัยรุ่นเดี๋ยวพอเริ่มอิ่มตัวก็จะบรรเทาลงเองขึ้นอยู่กับว่าจะอิ่มตอนอายุเท่าไหร่ จากอาการดังกล่าวจะเกิดปัญหาเวลาไปพรีเซ้นงานกับทางสำนักพิมพ์ก็จะโดน บก.โหดๆติได้ว่าเรื่องมีช่องโหว่มาก เพราะเราไม่ได้วาดรูปตามเรื่องแต่แต่งเรื่องเพื่อจะได้วาดไอ้ที่อยากจะวาด เช่น เราชอบพวกตัวละครชายหน้าหวานแต่งองค์ทรงเครื่องหรูๆโก้ๆ เราก็พยายามแต่งเรื่องที่มันมีโอกาสได้วาดตัวละครพวกนี้ แต่ละเลยสิ่งที่สำคัญไปว่าคอมมิคเป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพนะ ไม่ใช่หาเรื่องมาวาดภาพ พอไม่คิดถึงการแต่งเรื่อง บก.จึงตำหนิเราได้เพราะเราไม่ให้น้ำหนักงานด้านนี้วิธีแก้ไขก็คือไปหัดแต่งเรื่องซะสิ

การแต่งเรื่องสำหรับเขียนการ์ตูนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของคนเขียนล่ะว่าชอบแนวไหน แต่จะขอแนะนำให้ลองถามตัวเองว่าตัวรู้ดีในเรื่องที่เราจะแต่งแค่ไหน ถ้าอยากเขียนแนวแฟนตาซีมีปีกแต่งตัวกรุยกรายก็จงถามตัวเองว่า มีความรู้เรื่องเทววิทยาระดับไหนที่จะเขียนถึงเทพองค์นั้นองค์นี้ เพราะถ้าไม่รู้แล้วทึกทักแต่งเองเลยมันก็จะไม่มีที่มาที่ไปทำให้เรื่องขาดแก่นสารเว้นแต่คุณมีจุดขายอื่น เช่น เป็นแนวตลก อ้างั้นมาลองสมมุติดูกันว่าจะเริ่มยังไง

1 อันดับแรกถามตัวเองเลยว่าจะเขียนแนวไหน

ตอบ รักโรแมนติคผสมตลก

2 จะเขียนให้ใครอ่าน

ตอบ วัยรุ่นมัธยมจนถึงมหาลัย ทั้งสองเพศอ่านได้ (กำหนดให้ชัดเจน)

3 ความยาว

ตอบ 32 หน้า(เรื่องสั้นจบในตอน)

4 บรรยากาศของเรื่อง

ตอบ ยุคปัจจุบัน เมืองท่องเที่ยวเล็กๆริมแม่น้ำ

5 มีตัวละครหลักกี่ตัว

ตอบ สามตัว (เรื่องสั้นห้ามตัวละครเยอะ)

จริงๆคำถามนำอาจจะมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการเขียน

เอ้าที่นี้มาดูกันว่าคำถามแต่ละข้อมีนัยยังไง

ข้อ 1 คือจะเขียนการ์ตูนแนวเลิฟคอมเมดี้ การผูกปมของแนวเรื่องแบบนี้คือ พระเอกกับนางเอกจะรักกันได้อย่างไรหรือจะสมหวังกันยังไง เนี่ยที่คนอ่านลุ้น

ข้อ 2 จะเขียนให้ใครอ่าน การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เรามองเห็นภาพงานได้ชัดว่าจะต้องวาดออกมาสไตล์ไหน ออกแบบตัวละครยังไง ถ้าเรื่องนี้เขียนให้คนวัยทำงานอ่านก็อาจจะมีการปรับเรื่องอายุของตัวละครให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายด้วย

ข้อ 3 ความยาว ความยาวของจำนวนหน้าจะช่วยให้เรากำหนดการเล่าเรื่องได้ในช่วงทำสตอรี่บอร์ด ใครไม่เคยทำสตอรี่บอร์ดก็หัดๆไว้นะเพราะเป็นขั้นตอนสำคัญมาก ในช่วงแรกของการหัดเขียนการ์ตูนควรเริ่มจากเรื่องสั้นก่อน เพื่อเป็นการหัดเล่าเรื่อง

ข้อ 4 บรรยากาศของเรื่อง กำหนดไปเลยว่าเป็นยุคสมัยไหน สถานที่ใด เราจะได้เอาสิ่งแวดล้อมในสถานที่และบรรยากาศนั้นมาผสมในการแต่งเรื่อง อย่างเมืองท่องเที่ยวริมแม่น้ำก็ต้องมี นักท่องเที่ยว

ร้านค้าของที่ระลึก โรงแรม ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราสามารถหยิบเอาใช้ในเรื่องได้และยังช่วยให้เราหาข้อมูลได้ง่ายขึ้นเพราะรู้ว่าต้องการหาอะไร

ข้อ 5 มีตัวละครกี่ตัว สำหรับเรื่องสั้นไม่ควรมีมากกว่าสามตัว ไม่งั้นจะเสียหน้ากระดาษไปกับการเปิดตัว ตัวละครมากแล้วยังจะดึงความเด่นกันเองจนทำเรื่องไม่สนุก

เอาไว้มาต่อเรื่องเทคนิคการเล่าเรื่องกัน


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณค่ะกำลังจะลองเขียนเรื่องสั้นพอดีเลย
ตอนทำสตอรี้บอร์ดหัวมันตื้อไป

#1 By bell on 2007-05-26 13:22

ขอบคุนคับ

#2 By eby (124.121.42.231) on 2007-06-15 22:16

โอ้...
กำลังหัดวาดการ์ตูนอยู่พอดีเลยค่ะ
ขอบคุณค่า

#3 By °°Greenpenguin°° on 2007-10-07 21:04

ขอบคุณ สำหรับคำอธิบาย มีประโยชน์มาก ตั้งใจไว้อยากมีเรื่องตีพิมพ์สักเรื่อง

#4 By boonthemaker (58.9.129.8) on 2008-05-14 23:30

ดีมากเลยยย Hot!

#5 By b-padung Studio on 2009-05-25 23:43

เข้ามาเยี่ยมจ้า.........................

#6 By ส้นตปาปา (58.10.137.202) on 2009-05-26 13:22

เข้ามาเยี่ยมจ้า.........................

#7 By ส้นตปาปา (58.10.137.202) on 2009-05-26 13:23

#8 By ฮุเซ็น (124.120.137.97) on 2009-06-08 18:33

ผมวาดการ์ตูนทีไรหน้าไม่เหมือนกันซักครั่งangry smile

#9 By ฮุเซ็น (124.120.137.97) on 2009-06-08 18:35

น่ารักมากที่สุด แต่ทีเราวาดทีไรก็ไม่สวยสักที่

#10 By นิภาดา (58.147.70.101) on 2009-07-27 10:57

ไม่ชอบเเนวเลิฟคอมเมดี้

#11 By โฟล์ค (203.172.214.236) on 2009-08-07 14:09




ผมอยากแต่งการ์ตูน


นะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#12 By ผม (125.27.185.189) on 2009-08-11 14:52

#13 By PAYIYA (125.26.86.234) on 2009-09-11 11:14

การ์ตูนน่าอ่านจัง
cry

#14 By patiya (125.26.86.234) on 2009-09-11 11:16

การ์ตูนน่าอ่านจัง
cry

#15 By patiya (125.26.86.234) on 2009-09-11 11:16

embarrassed angry smile confused smile open-mounthed smile

#16 By (117.121.208.2) on 2009-11-27 10:57

free counters