ผมได้ทราบข่าวเพื่อนรักที่เป็นบั้ดดี้กันสมัยเรียน ป.ตรีว่าป่วยหนักด้วยโรคร้าย
ผมตกใจจนมือสั่นกลัวว่าต่อแต่นี้เราคงอาจจะต้องจากกันโดยไม่อาจได้พบกันอีก
ซึ่งที่ผ่านมาต่างคนก็แยกย้ายกันไปตามวิถีของตน
นานๆทีจะได้เจอกันเพื่อปรึกษาหารือในเรื่องชีวิตของตัว
ผมพยายามทำความเข้าใจว่าเรื่องการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของจักรวาล
ไม่มีสิ่งใดคงที่และจริงแท้ แม้แต่ตัวผมเองก็เคยเข้า ห้อง ไอซียูมาถึงสองหน
หากครั้งนั้นผมจากไปคงไม่มีโอกาสได้ร่ำลาใครเลย
ช่วงชีวิตที่ต่อเนื่องมาจากนั้นยังมีการพลัดพรากจากญาติผู้ใหญ่ลูกพี่ลูกน้องอีกหลายคน
แต่ก็ไม่สะเทือนใจเท่าคนที่เราผูกพันกันเช่นเพื่อนผมคนนี้
เขาไม่ใช่นักเรียนดีเด่นผลการเรียนเลิศหรูแต่เขาก็ช่วยสะท้อนด้านลบของผมให้รู้ตัวเสมอ
เป็นเหมือนประภาคารที่ระบุระยะว่าเรือได้ห่างฝั่งของความเป็นปุถุชนไปมากขนาดไหน
เขาแสดงให้เห็นถึงความอุสาหของคนธรรมดาที่ผลักดันตัวเองให้ก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพ
หากผมต้องเริ่มต้นในจุดเดียวกันเขาคงนำหน้าผมไปหลายก้าว
คงไม่ใช่ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ผมเชื่อว่าที่ผ่านมาในชีวิตที่แล้วๆเราได้พบเจอรู้จักเกื้อกูลกันมา
และในชีวิตหน้าเราก็อาจจะได้มาเจอะเจอกันอีก
แต่ที่แน่นอนเราไม่มีทางเป็นศัตรูกัน จะมีแต่น้ำมิตรจิตอารีที่จะมอบแก่กัน
ไม่ว่าเพื่อนจะไปที่ไหนไม่ว่าเราจะจำกันได้หรือไม่ หวังว่าเราคงได้มาเจอกันอีก
และได้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปจนกว่าตัวตนของเราจะสลายกลืนไปกับสุญตา
edit @ 27 Mar 2008 15:41:34 by jimi oui